ปัจจัยการเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย

factor to buy house

บ้าน เป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนส่วนใหญ่ที่ต่างใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตที่มั่นคง รากฐานในการดำรงชีพที่แข็งแรง เห็นได้จากในปัจจุบันนี้ที่มีผู้สนใจเลือกซื้อบ้านกันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีผู้ประกอบการ โครงการบ้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายเพื่อเป็นทางเลือกให้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การที่จะเลือกซื้อบ้านสักหลังหนึ่งนั้นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะคนทำงาน หรือผู้ที่มีรายได้น้อย ที่จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆเพื่อที่จะเลือกบ้านที่เหมาะสมกับฐานะทางการเงินและไม่หนักจนเกินไป  เราไปดูกันเถอะว่าปัจจัยการเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่คนสนใจเลือกซื้อบ้านและนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในการตัดสินใจที่ง่ายมากขึ้น

 

ราคาที่คุ้มค่า งบประมาณด้านการเงิน

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆของการเลือกซื้อบ้านของผู้ที่มีรายได้น้อยเลยทีเดียว สำหรับราคาและงบประมาณด้านการเงิน ที่คนส่วนใหญ่จะต้องคำนึงถึงราคาของบ้านที่ เหมาะสมกับรายได้ในแต่ละเดือน ราคาไม่สูงจนเกินไป รวมไปราคาของบ้านนั้นตรงตามคุณภาพและสมเหตุสมผลกับตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของที่ดิน ขนาดของบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง พื้นที่ส่วนกลาง สัดส่วนในการใช้บริการพื้นที่ส่วนกว้าง ความกว้างของถนนภายในโครงการ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่จะคุ้มค่ากับราคาของบ้าน และนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ถ้าหากบ้านมีราคาที่สูงแต่ปัจจัยอื่นๆไม่คุ้มค่าก็ถือว่าไม่น่าสนใจ แต่ถ้าหากบ้านราคาเหมาะสม และมีปัจจัยเสริมอื่นๆที่คุ้มค่ากับงบประมาณด้านการเงิน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

factor to buy house

ทำเลที่ตั้ง คือสิ่งสำคัญ

ทำเลที่ตั้ง คือสิ่งสำคัญที่ผู้มีรายได้น้อยควรนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากจะทำให้คุณสะดวกสบายในการเดินทางพร้อมทั้งตอบโจทย์ในด้านการใช้ชีวิตที่ต้องทำงานตลอดทุกวันได้เป็นอย่างดี ซึ่งควรเลือกทำเลที่ตั้งที่อยู่ในเขตเส้นตัวเมือง เส้นทางเดินรถโดยสารต่างๆ ที่เชื่อมโยงเข้าสู่ตัวเมือง อยู่ใกล้สถานที่สำคัญต่างๆทั้ง ที่ทำงาน โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด เพื่อที่จะสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย การเดินทางโดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้น้อยนั้นควรจะเลือกบ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมือง หรือใจกลางเมืองประมาณ 10 – 15 กิโลเมตร เนื่องจากบ้านในเขตตัวเมืองนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการเลือกทำเลใกล้เขตเส้นตัวเมือง ใกล้แหล่งชุมชนจะช่วยย่นระยะทางและประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่ไม่มีมลภาวะเป็นพิษ ไม่มีน้ำท่วม รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ไม่เน้นความหรูหราหรือเพียบพร้อม แต่เน้นถึงความปลอดภัย พร้อมทั้งความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยเป็นหลัก

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House

Loft house style

การตกแต่งบ้าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยเกือบทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนล้วนต้องการที่อยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยดีไซน์สวยงามในแบบฉบับของตนเอง การตกแต่งบ้านเป็นเสมือนงานศิลปะที่ได้ถูกสร้างสรรค์และถ่ายทอดมาจากความคิดเจ้าของบ้าน ในแบบที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อที่จะได้บ้านในรูปแบบที่ตนเองต้องการมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในสไตล์การตกแต่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากก็การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House ที่ให้กลิ่นอายและความรู้สึกที่ดิบ เถื่อน เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นความทันสมัย และให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง น่าอยู่

 

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House นั้นมีการพัฒนามาจากทางฝั่งยุโรปที่มีการนำศิลปะเข้ามาผสมผสาน เป็นการดัดแปลงมาบ้านที่ถูกสร้างจากโรงงานในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่มีการปล่อยว่างทิ้งร้างหลายแห่ง ที่นำมาตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทั้งการฉาบปูนแบบไม่ทาสี หรือการก่ออิฐเปลือย รวมไปถึงเพดานสูงแบบเป็นคาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกเรียกว่าสไตล์ Loft ที่ได้รับความนิยมและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันที่คนยุคใหม่หันมาตกแต่งบ้านในสไตล์นี้กันมากยิ่งขึ้น

Loft house style

สำหรับความโดดเด่นของการตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House อยู่ที่โครงสร้างของบ้านที่ให้ความรู้สึกอิสระ ปลอดโปร่ง เรียบง่าย โดยโครงสร้างภายในจะไม่เน้นการปกปิด แต่เน้นความดิบแทน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของท่อน้ำที่จะไม่มีการปิดบัง หรือสายไฟที่โยงไปตามฝาผนังหรือเพดานแบบที่ไม่ต้องเก็บ แต่ทั้งนี้ก็เน้นความเป็นระเบียบ ความปลอดภัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมลูกเล่นด้วยการใช้เครื่องประดับ สายไฟตกแต่ง ไฟคริสต์มาสมาเพิ่มเติมให้ดูเข้ากับบ้านมากยิ่งขึ้น

 

อีกหนึ่งสไตล์ที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของการตกแต่ง Loft House เลยก็คือผนังแบบเปลือย หรือปูนเปลือยที่ไม่เน้นการทาสี หรือลวดลายมากนัก ไม่ต้องเรียบเนียน ไม่ต้องขัดผิว แต่เน้นความดิบ และเรียบง่าย เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด หรืออาจจะใช้การนำอิฐมาก่อเรียงตัวกัน โดยที่ไม่ต้องฉาบปูน ก็ถือว่าดูเก๋ในสไตล์ลอฟท์ไปอีกแบบ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House ยังเน้นความเย็นสบายที่ผสมผสานกับสไตล์มินิมอล โดยหลังคาจะเป็นแบบยกสูง เพื่อที่จะให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นมาวางให้เกะกะ เพื่อที่จะดึงความธรรมดาแต่มีสไตล์ออกมาให้มากที่สุด

 

และนี่ก็เป็นที่มา และเรื่องราวรวมไปถึงสไตล์การตกแต่งบ้านแบบ Loft House ที่เรียกได้ว่าไม่ยาก เรียบง่ายและโดดเด่น ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เรียนไอเอลที่ไหนดี? เทคนิคเตรียมตัวสอบ ielts

เรียนไอเอลที่ไหนดี? เป็นสิ่งที่ผู้ที่เข้าสอบ  ielts จะต้องเตรียมตัวเพื่อการทำข้อสอบ ielts ที่จะเป็นการใช้ทักษะความด้านภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านคือ การอ่าน ฟัง พูดและเขียน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถาบันการเรียนไอเอลที่จะช่วยติวเทคนิคต่างๆและข้อควรรู้ในการสอบ ielts ให้ผู้เข้าสอบมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์การเลือกสถาบันในการติว  ielts ดังต่อไปนี้

 

เรียนไอเอลที่ไหนดี?

สำหรับการติว ielts ควรเลือกสถาบันที่ความน่าเชื่อถือ คุณภาพและมาตรฐานด้านการศึกษา มีความพร้อมและชำนาญเฉพาะทางการสอบไอเอลโดยเฉพาะ ตั้งแต่เริ่มต้นสมัครสอบ การเตรียมเอกสาร การเตรียมตัวในด้านต่างๆ สามารถที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางได้เป็นอย่างดี มีผู้สอนที่เชี่ยวชาญและสามารถแนะนำเทคนิคการสอบทั้ง 4 ทักษะ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน เขียน ฟัง และพูดได้อย่างดีเพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ทั้งการสอบไอเอลและการเรียนการทำงานในชีวิตประจำวัน

 

เทคนิคการเรียนไอเอล

1.ทักษะด้านการฟัง (Listening)

สำหรับการเรียนไอเอล ด้านทักษะการฟังนั้นเราสามารถเริ่มด้วยการฝึกฝนการฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษต่างๆตั้งแต่ในโทรทัศน์,ในอินเทอร์เน็ตหรือในช่อง Youtube โดยให้เราพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับสำเนียงภาษา จับใจความที่สำคัญของการบทสนทนา เพื่อที่จะทำให้การสอบในวันจริงเราคุ้นเคยกับสามารถถอดเนื้อหาออกมาได้อย่างละเอียด

 

2.ทักษะด้านการอ่าน  (Reading)

สำหรับการเรียนไอเอล เพื่อสอบทักษะด้านการอ่านนั้น คุณสามารถที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยการอ่านบทความ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา เรื่องทั่วไป เป็นภาษาอังกฤษ จับใจความสำคัญและแปลเนื้อหาออกมาเป็นภาษาไทยการฝึกฝนด้วยการอ่านบ่อยๆนั้นจะทำให้เรารู้จักโครงสร้างประโยค คุ้นชิ้นกับภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

 

3.ทักษะด้านการเขียน (Writing)

โดยส่วนใหญ่แล้วทักษะด้านการเขียนนั้นจะเน้นไปทางบทความและการเขียนแนววิชาการ ซึ่งคุณไม่สามารถที่จะเตรียมตัวหรือรู้หัวข้อในการสอบ ดังนั้นการเรียนไอเอลด้านทักษะการเขียน จะต้องฝึกฝนการเขียนเรียงความหรือบทความต่างๆ เป็นประจำ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเรียนรู้โครงสร้างประโยค คำศัพท์ และการฝึกเขียนให้ได้ตั้งแต่ 150 คำ – 250 คำขึ้นไป

 

4.ทักษะด้านการพูด (Speaking)

การเรียนไอเอลด้านการพูดนั้น สามารถที่จะฝึกฝนด้วยการดูวิธีและสำเนียงการพูดจากวิดีโอภาษาอังกฤษต่างๆ พยายามจับใจความและแสดงสิ่งที่เราคิดออกมาให้กรรมการเข้าใจมากที่สุด ต้องศึกษาเรื่องคำศัพท์ โครงสร้างประโยค อย่างละเอียด การสอบไอเอลด้านการพูดนั้นไม่ใช่แค่เฉพาะสอบเรื่องความรู้ทั่วไป แต่เป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นถึงความสามารถด้านการพูดและการสื่อสารของเรานั่นเอง

 

และนี่ก็เป็นเทคนิคการเตรียมตัวสอบ ielts และการเรียนไอเอลที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าสอบเข้าใจและเตรียมพร้อมได้ดียิ่งขึ้น

 

 

สุดยอดอาหารเสริมบำรุงสมอง สำหรับเด็ก

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนอยากจะให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีพัฒนาการด้านสมองที่ดี  ฉลาดหลักแหลมตั้งแต่เยาว์วัย โดยคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเริ่มต้นดูแลลูกน้อยให้กลายเป็นเด็กฉลาดได้ตั้งแต่เด็ก ด้วยการให้ลูกรับประทานอาหารเด็กที่มีโภชนาการที่ดีมีประโยชน์ และบำรุงสติปัญญา โดยอาหารเสริมสำหรับเด็กที่มีสารอาหารสำหรับช่วยในการบำรุงสมองลูกรักก็มีอยู่หลากหลายสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก  ดังต่อไปนี้

 

1.ไข่ไก่

ภายในไข่ไก่ นั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและสังกะสี ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่ดีของสมอง ภายในไข่ 1 ฟอง นั้นเต็มไปด้วยโปรตีน โดยเฉพาะในส่วนของไข่แดง เพราะฉะนั้นควรให้ลูกรับประทานไข่ต้มอย่างน้อยวันละ 1-2 ฟอง

 

2.ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนที่เราคุ้นเคยและนิยมกันดีนั้นเต็มไปด้วยด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 กรดไขมันดี DHA และ EPA ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของระบบสมอง การทานปลาแซลมอนจะช่วยให้ลูกมีความจำดี เป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส

 

3.ธัญพืช

ธัญพืช ถือว่าเป็นอาหารเด็กยอดนิยมที่ช่วยในการเสริมสร้างความจำ และบำรุงสมองของลูกน้อย อีกทั้งยังให้พลังงานสูง มีเส้นใย ช่วยในการควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด พร้อมทั้งยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมาก

 

4.ถั่ว

ถั่วถือว่าเป็นอาหารเด็กที่เป็นแหล่งร่วมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตพร้อมทั้งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ช่วยในการบำรุงสมอง เสริมสติปัญญาให้มีความฉลาด ไหวพริบดี

 

5.ข้าวกล้องบดออร์แกนิค

ข้าวกล้องบดออร์แกนิค ถือว่าเป็นอาหารเด็กที่ได้คัดสรรและผลิตด้วยความพิถีพิถันและมีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง ไร้สารเคมี สารพิษ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เต็มไปด้วยคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อยของคุณเป็นอย่างมาก ภายในข้าวกล้องบดออาร์แกนิคนั้นก็อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารมากมาย ช่วยทำให้ลูกน้อยของคุณมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจที่ดี บำรุงสมอง ช่วยในเรื่องความจำ อีกทั้งยังรับประทานทานง่าย รสชาติอร่อย ทำให้ลูกเจริญอาหารและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย

 

6.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่นอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบและนิยมกันอย่างมากในปัจจุบันแล้ว ยังเต็มไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการบำรุงระบบประสาทและสมอง กระตุ้นความจำ อุดมด้วยวิตามินและโอเมก้า พบได้ทั้งในบลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ และมัลเบอร์รี่ เป็นต้น

 

และนี่ก็เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงสมอง ทำให้ลูกของคุณพ่อคุณแม่ฉลาดหลักแหลมและความจำดีตั้งแต่เด็ก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทัวร์สแกนดิเนเวีย

การทัวร์สแกนดิเนเวีย ถือว่าเป็นสุดยอดทริปที่ใครหลายคนอยากที่จะมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่สวยงามและตื่นตาตื่นใจสักครั้งในชีวิต สแกนดิเนเวียได้ชื่อว่าเป็นดินแดนในฝันของคนส่วนใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความงดงามทางประวัติศาสตร์ ทัศนียภาพที่สวยงาม สถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า พร้อมทั้งยังมีงานศิลปะที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง และด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้มีคนไทยและนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลแวะเวียนมา ทัวร์สแกนดิเนเวียอย่างไม่ขาดสาย

 

ทั้งนี้การเตรียมตัวจึงเป็นสิ่งที่ดีในการเดินทางท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นมาศึกษาสิ่งที่ควรรู้ก่อนทัวร์สแกนดิเนเวีย เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มอรรถรสในการท่องเที่ยวให้คุณมากยิ่งขึ้นกัน

 

รู้จัก สแกนดิเนเวีย” ก่อนไปเที่ยว

สแกนดิเนเวีย เป็นกลุ่มประเทศทางยุโรปเหนือ โดยประกอบไปด้วยประเทศสวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก พร้อมทั้งยังรวมไปถึงประเทศไอซ์แลนด์และประเทศฟินแลนด์อีกด้วย ซึ่งทางกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียนั้นจะใช้สกุลเงินที่เรียกว่า “โครน” ที่จะแบ่งเป็น “โครนสวีเดน” “โครนนอร์เวย์” และ “โครนเดนมาร์ก” โดยโครนเดนมาร์กนั้นจะมีเรทที่สูงกว่า ประเทศสวีเดนและนอร์เวย์

 

ความงดงามทางธรรมชาติ

สิ่งที่ขึ้นชื่อเลยสำหรับการทัวร์สแกนดิเนเวียก็คือเรื่องของธรรมชาติ โดยกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียนั้นจะขึ้นชื่อเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศนอร์เวย์ก็จะมีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าใครที่ชอบด้านธรรมชาตินั้นจะต้องประทับใจและตกหลุมรักการทัวร์สแกนดิเนเวียอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้เนื่องจากการอนุรักษ์และมีทรัพยากรจำกัด จะส่งผลให้ราคาน้ำดื่มของทางประเทศสแกนดิเนเวียนั้นมีราคาที่สูง ตกเฉลี่ยขวดละ 200-300 บาท เพราะฉะนั้นถ้าหากมาท่องเที่ยวควรที่จะพกน้ำดื่มหรือสามารถที่จะกดจากน้ำดื่มสาธารณะที่เรียกได้ว่าเป็นสะอาดมากเลยทีเดียว

 

ผู้คนเป็นมิตร

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักในการทัวร์สแกนดิเนเวียก็คือผู้คนที่กลุ่มประเทศนี้จะเต็มไปด้วยความเป็นมิตร มีอุปนิสัยที่อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาเพราะ มีมารยาท ไม่โอ้อวด คุณสามารถที่จะถ่ายรูปกับผู้คนภายในเมืองหรือพื้นที่สาธารณะได้เลย อีกทั้งคนในแถบประเทศสแกนดิเนเวียยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี จึงไม่เป็นปัญหาในการสื่อสารแต่อย่างใด และที่สำคัญคุณไม่ต้องกังวลเรื่องมิจฉาชีพหรือขโมย เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่สงบสุขเป็นอย่างมาก

 

สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาทัวร์สแกนดิเนเวีย ก็สามารถที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สวยงามและมีคนมากที่สุดจะเป็นในช่วง เดือนตุลาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีอากาศหนาวแบบพอดี อากาศเย็นสบาย 9-13 องศา รวมไปถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง

แนวโน้มการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย

ยังคงเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ที่เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาได้มีอัตราการเจริญเติบโตที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนและกองทุน รวมไปถึงเป็นผู้เป็นเจ้าของร่วมก็ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทยจะเป็นอย่างไรบ้างในปีนี้ เราไปดูศึกษารายละเอียดเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการลงทุนและตัดสินใจในอนาคตกันเถอะ

การเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย

แนวโน้มการเติมโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์

สำหรับในปี 2018 นี้ได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 6-8 เปอร์เซ็นต์ จากที่ปีที่แล้วเติบโตขึ้นเพียงแค่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลของการทิศทางตลาดที่ดีขึ้นนั้นมากจากในช่วงไตรมาศที่ 3-4 ของปี 2017 ที่ได้มีการปรับตัวได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ส่งผลดีในปี 2018 นี้

 สินเชื่อบ้านมีแนวโน้มเติบโต 3-4 %

สำหรับในปี 2018 นี้ แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อจะเติบโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ โดนคาดว่าปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านบาท โดยพิจารณามาจากปัจจัยของตลาดที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นเนื่องจากตลาดส่งออกดีขึ้น ความชัดเจนของด้านการลงทุนของภาครัฐ มีสภาพคล่องสูง อีกทั้งยังมีการปรับกฎเกณฑ์เพื่อที่จะรองรับลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้น้อยจาก ธอส.มากขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงพัฒนาระบบสินเชื่อผ่านออนไลน์ เป็นแนวโน้มที่สำหรับผู้ลงทุน ผู้อยู่อาศัยและตลาดอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์ร่วมทุนต่างประเทศ

ในปี 2018 นี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการพัฒนาการด้านการซื้อควบรวมกิจการและการลงทุนร่วมกับต่างประเทศต่อเนื่องจากปี 2017 และได้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น ในหนึ่งบริษัทสามารถที่จะร่วมนักลงทุนได้หลายกลุ่มและมีความหลากหลาย บริษัทขนาดเล็กและขนาดกาลจะสามารถจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น  ส่งผลทำให้เราเห็นบ้านราคาที่ถูกขึ้น และมีความหลากหลายผสมผสานหลายกอย่างเข้าด้วยกัน

บ้านจัดสรรรายเล็ก-กลาง สามารถขยายตัวได้มากขึ้น

ในปี 2018 นี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็กสามารถที่จะพัฒนาและสอดแทรกเข้าไปในตลอดได้มากขึ้น มีการแข่งขันสูงแต่ไม่รุนแรง สินค้ายอดนิยมอย่างมากที่จะมีโอกาสเติบโตสูงถึง 33 เปอร์เซ็นต์คือบ้านแฝด เนื่องจากบ้านแฝดสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาที่สูงที่สูงกว่ารายได้ของคน ทั้งนี้ก็ต้องค่อยๆพัฒนา ไม่ขยายงานจนเกินตัว เพราะถ้าหากรีบพัฒนาและเร่งรีบทำตามกันหมดอาจจะทำให้ตายยกกลุ่มได้ เพราะฉะนั้นบริษัททุกส่วนตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่ ก็ต้องวางแผนและดูแลสภาพคล่องให้ดี  ทั้งนี้ก็จะมีการลงทุนต่างประเทศเข้ามาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น จีน และมาเลเซีย

 

การเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย-2

 

จังหวัดปริมณฑลขายดีต่อเนื่อง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2018 ภาพรวมแถว 5 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานี,นนทบุรี,นครปฐม,สมุทรปราการและสมุทรสาคร จะมีการขายดีอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้อัตราการขายก็จะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป โดยจะมีการเปิดโครงการบ้านจัดสรรค่อนข้างมากและไปในแนวทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น สำหรับทำเลที่น่าสนใจในเขตจังหวัดปริมณฑล นั้นจะต้องอยู่บริเวณใกล้พื้นที่พาณิชยกรรมตามกำหนดผังเมือง,แนวเส้นทางรถไฟฟ้า,พื้นที่ที่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วน,ใกล้พื้นที่ตามแนวเส้นถนนวงแหวนกาญจนภิเษก นอกจากนี้ผังเมืองที่มีการพัฒนามากที่สุดจะเกิดเป็นพื้นที่ที่บ้านจัดสรรขยายตัวมากขึ้น รวมไปถึงคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยที่มีราคาน้อยกว่า 3 ล้านบาท ก็ยังน่าสนใจและเป็นที่ต้องการในบางทำเล

 

ห้องชุดมีราคาแพงขึ้น

ในปี 2018 นี้มีการกระจายตัวในส่วนของราคาห้องชุดและตลาดคอนโดมิเนียมที่พุ่งสูงมากขึ้น โดยมีที่ตั้งเป็นแรงผลักดัน เนื่องจากทำเลที่ตั้งตรงกลางในกรุงเทพมหานครมีอัตราค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอีกทั้งยังเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆ เพื่อที่จะได้คอนโนฯพื้นที่ห้องเดิม ทำเลเดิม แต่จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้น เช่น จากเดิมที่ห้องชุดขนาดเดียวกัน เคยมีราคาอยู่ที่ 5 ล้านบาท ก็จะต้องขายอยู่ที่ 6.5 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้น 52% และเพื่อที่จะต้องการให้มีราคา 5 ล้านเหมือนเดิมก็ต้องลดขนาดห้องชุดที่เคยได้ 35 ตารางเมตร ลงเหลือ 22 ตารางเมตร นั่นเอง  เรียกได้ว่าเป็นโอกาสและสัญญาณในการเติบโตที่ดีมากยิ่งขึ้นในอนาคต

 

นวัตกรรมทาวน์เฮาส์

ในปี 2018 นี้ธุรกิจทาวน์เฮาส์จะประสบความสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาที่ดินเริ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้คนหันมาสนใจทาวน์เฮาส์มากขึ้น โดยสิ่งที่คนส่วนใหญ่และมนุษย์เงินเดือนใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อนวัตกรรมทาวน์เฮาส์ก็คือ “ทำเลที่ตั้ง” ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับลูกค้า แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ เช่นเรื่องของถนนตัดผ่าน ติดบ่อขยะ เสาไฟฟ้าแรงสูง หรือมีวัดก็ต้องเน้นที่ทำเลก่อน ส่วนปัญหาสามารถหาแนวทางแก้ไขได้ ซึ่งมีข้อมูลพบว่า ทาวน์เฮ้าส์ที่มีทำเลในเมืองนั้นสามารถที่จะสู้ราคาที่ดินได้มากถึง ไร่ละ 16 ล้านบาท หรือ 4 หมื่นบาทต่อตารางวา การที่จะทำบ้านเดี่ยวนั้นก็จะมีราคาที่สูงเกินไป เพราะฉะนั้นนวัตกรรมทาวน์เฮ้าส์จึงสามารถที่จะตอบโจทย์ทุกอย่างได้ดี โดยเฉพาะการประหยัดต้นทุนได้ถึง 18% ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยตัวช่วยเสริมหลายอย่างที่นำทาวน์เฮ้าส์เทียบกับบ้านได้ไม่ว่าจะการพัฒนาความเป็นอยู่โดยรอบหมู่บ้าน ทางเลือกภายในบ้าน  ห้องทำงาน ห้องเก็บกระเป๋า ห้องครัว ห้องพระ เป็นต้น

อสังหาริมทรัพย์ไทย-2

 

และนี่ก็เป็นแนวโน้มของเติบโตตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ปี 2018 นี้เราจะได้เห็นนวัตกรรมทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นเลือกยอดฮิต ราคาห้องชุดที่มีราคาสูงขึ้นถึง 52% ,ตลาดของปริมณฑลและปัจจัยอื่นๆที่มีจะแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนถึง 6-8% นั่นเอง

การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้ว

การเลือกซื้อบ้าน

การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้ว สร้างเสร็จก่อนขาย หรือบ้านพร้อมอยู่นั้นเป็นอีกทางเลือกของคนยุคใหม่ในปัจจุบันที่สามารถตัดสินใจซื้อบ้านได้ทันทีและสามารถเข้ามาสัมผัสสถานที่จริงได้อย่างรวดเร็วตามที่ต้องการ บ้านที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่นั้นจะต้องอยู่ในทำเลที่ตั้งและรูปแบบที่ทางผู้ขายได้กำหนดไว้แล้วรอเพียงแค่การตัดสินใจของผู้ซื้อเท่านั้น มีข้อจำกัดในด้านวัสดุก่อสร้างและการเลือกแบบตามที่เราต้องการรวมไปถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายๆด้านก่อนเลือกซื้ออย่างละเอียดเพื่อคุณภาพของที่อยู่อาศัยและไม่เป็นปัญหาได้ในอนาคต สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายหรือต่อยอดในการลงทุนได้ง่าย  วันนี้เราจึงนำข้อควรรู้ดีๆกับการเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้ว เพื่อเป็นแนวทางที่จะช่วยเสริมการตัดสินใจและการเลือกบ้านของคุณให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

1.ทำเลที่ตั้ง

ทำเลที่ตั้งหรือตำแหน่งของบ้านนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเลือกซื้อบ้านเลยทีเดียว  บ้านที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับบุคคลผู้อยู่อาศัยควรที่จะตั้งอยู่ภายในตำแหน่งที่สะดวกต่อการเดินทางของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนหรือสถานศึกษาของลูกหลาน ที่ทำงานหรือการสัญจรไปตามสถานที่ต่างๆได้ง่าย เหมาะสมกับอาชีพและความสามารถและค่าใช้จ่าย อยู่ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ตลาด แหล่งอาหารการกิน ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล รวมไปถึงไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมหรือเป็นพื้นที่รองรับน้ำ ผู้เลือกซื้อควรพิจารณาถึงทำเลที่ตั้งให้ละเอียด เนื่องจากเมื่อคุณตัดสินใจซื้อขายบ้านไปแล้ว ไม่สามารถที่จะแก้ไขใดๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้ว

2.คุณภาพหมู่บ้าน

เมื่อพิจารณาทำเลที่ตั้งแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรศึกษาอย่างละเอียดเลยคือความน่าเชื่อถือและคุณภาพของโครงการหมู่บ้าน ว่ามีผลตอบรับจากลูกค้ารายอื่นๆอย่างไรบ้าง อาจจะลองสอบถามจากคนในหมู่บ้านที่มาอาศัยอยู่ก่อน หรือศึกษารีวิวและรายละเอียดต่างๆในอินเทอร์เน็ต ที่จะทำให้เราสามารถพิจารณาตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

3.สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน

สภาพแวดล้อมภายในโครงการหมู่บ้านถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกหมู่บ้านที่ไม่แน่นหนามากจนเกินไป มีพื้นที่ว่างสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นสนามเด็กเล่น ทะเลสาบ ฟิตเนส สโมสร และสวนสาธารณะ สภาพแวดล้อมนั้นจะมีผลต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากมีความสะดวกสบาย พื้นที่ปลอดโปร่งร่มรื่นก็จะยิ่งเพิ่มความสุขและความสบายใจให้กับเรามากขึ้น

4.ราคา

ควรเลือกซื้อบ้านที่มีราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ เนื้อที่และสภาพบ้าน รวมไปถึงตรวจสอบราคาและพิจารณาถึงรายได้ การผ่อนชำระที่จะต้องสมดุลกับตัวเรา มีความสามารถในการผ่อนชำระได้มากน้อยแค่ไหน โดยส่วนใหญ่บ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาแล้ว จะไม่มีค่าใช้จ่ายที่บานปลายสักเท่าไหร่ รวมไปถึงยังมีแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย เพราะฉะนั้นคำนวณและพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับรายได้และงบประมาณในการซื้อบ้าน ผ่อนชำระที่จะทำให้ไม่เกินปัญหาในอนาคต รวมไปถึงตรวจสอบค่าใช้สาธารณูปโภค ค่าส่วนกลางของโครงการหมู่บ้าน ว่าครอบคลุมด้านไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าบริการ ค่ายามรักษาการณ์ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเก็บขยะ เพื่อที่จะทำให้เราวางแผนจัดระบบการเงินให้ดี

การเลือกซื้อบ้าน2

5.ตัวบ้าน

เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการเลือกซื้อเลยทีเดียวสำหรับตัวบ้าน ที่ผู้ซื้อจะต้องอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ตลอดไป เป็นระยะเวลานาน เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบตัวบ้านอย่างรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาแล้ว ที่ผู้ซื้อจะค่อนข้างแก้ไขส่วนต่างๆได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของลมและแดด รูปแบบของตัวบ้าน การจัดแผนผังภายใน ห้องต่างๆ วัสดุในการก่อสร้างที่แข็งแรงและมีคุณภาพ ระบบไฟฟ้าและน้ำ โครงสร้างภายใน สีบ้าน การตกแต่งบ้านในกรณีที่เป็นบ้านพร้อมอยู่รวมเฟอร์นิเจอร์ ที่ควรจะตรวจสอบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆว่ามีคุณภาพหรือมีอะไรเสียหายหรือไม่  ควรตรวจสอบหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด เพื่อที่จะทำให้เรามั่นใจถึงคุณภาพบ้านที่พร้อมสำหรับการอยู่อาศัย

6.ระบบสาธารณูปโภค

ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคของหมู่บ้านอย่างละเอียด เช่น การบริการน้ำประปาหรือบาดาล ท่อระบายน้ำทำงานได้มีคุณภาพหรือไม่ จะสะดวกหรือเปล่าในช่วงฤดูฝน มีประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ ถนนภายในหมู่บ้านแคบหรือกว้างเพียงใด ไฟฟ้าภายในหมู่บ้านสว่างดีหรือไม่ เป็นข้อสำคัญที่ผู้ซื้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้ออย่างยิ่ง

7.ความปลอดภัย

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่งสำหรับปัญหาด้านความปลอดภัย ที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านอย่างละเอียด มีกล้องวงจรปิด หรือรปภ.หรือไม่ สอบถามคนที่อยู่อาศัยมาก่อนว่ามีปัญหาเรื่องขโมย โจรหรือการงัดแงะบ้านหรือเปล่า

การเลือกซื้อบ้าน3

การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้วนั้นหลังจากที่เราตรวจสอบและพิจารณาด้านต่างๆพร้อมพูดคุยรายละเอียดตกลงซื้อขายครบถ้วนแล้วก็สามารถที่จะย้ายเข้าอยู่ได้เลย สามารถที่ประเมินต้นทุนของค่าใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆจากในโครงการมาอย่างครบครัน  เห็นบรรยากาศจริงๆ ไม่ต้องคิดจินตนาการกับภาพบรรยากาศจำลอง ที่เป็นงานกราฟิก 3D  สามารถที่จะอยู่อาศัยเองหรือปล่อยให้เช่าต่อเพื่อสร้างกำไรก็ได้ เรียกได้ว่าการเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านที่สร้างมาให้แล้วนั้นคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง  เพียงแค่รู้จักเลือก ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก็จะสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่ง

นวัตกรรมบ้านในปี 2018

นวัตกรรมบ้านในปี 2018

ตลอดระยะเวลาในปี 2017 ที่ผ่านมานั้นได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาประยุกต์ใช้และปรับเปลี่ยนในการสร้างและออกแบบบ้านอยู่ตลอดทั้งปี เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย และเป็นทางเลือกที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับปี 2018 ที่ได้นวัตกรรมเกี่ยวกับบ้านออกมาต่อเนื่องและเหนือชั้นมากขึ้นไปอีก เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างความแตกต่างที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยให้มากขึ้น เฉพาะฉะนั้นเรามาดูนวัตกรรมบ้านในปี 2018 ที่จะเป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการออกแบบ เลือกที่อยู่อาศัยและศึกษาเทรนด์บ้านที่กำลังมาแรงในปีนี้ จะมีอะไรบ้าง น่าสนใจขนาดไหน ไปติดตามกันค่ะ

 

1.Active Airflow™

เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและตอบโจทย์เกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน นวัตกรรม Active Airflow™ จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังมาแรง เป็นตัวช่วยในการระบายอากาศและความร้อนที่สะสมอยู่ภายในโถงหลังคาและตัวบ้าน ด้วยเทคนิควิธีแบบธรรมชาติและเชิงกล สามารถรับมือได้ดีกับอากาศในเมืองไทย โดยนวัตกรรม Active Airflow™ นั้นทำงานด้วยการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้บ้านเย็นสบายมากขึ้น มีอากาศถ่ายเทอยู่ตลอดเวลาแม้จะปิดบ้านทั้งวันก็ตาม ช่วยปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะสร้างความอึดอัดภายในตัวบ้าน ส่งผลให้บ้านไม่อับชื้นหรืออบอ้าว รู้สึกปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยในการประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

 

2.บ้านอัจฉริยะ

การสร้างบ้านอัจฉริยะ หรือ Home Tech เป็นนวัตกรรมในอนาคตที่กำลังจะเป็นจริง เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อช่วยในการอำนวยความสะดวกสำหรับที่อยู่อาศัย เป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ดีมากยิ่งขึ้น มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการด้วยเสียง,การควบคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้านด้วยรีโมต รวมไปถึงการสร้างบ้านโครงเหล็กที่จะเป็นการนำเทคนิคการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ สามารถออกแบบและได้บ้านที่ถูกใจมากที่สุด

 

3.บ้านธรรมชาติ

ในปี 2018 นี้กระแสการฟื้นฟูและหวนคืนสู่ธรรมชาติยังคงมาแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคนในปัจจุบันนี้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพ รักธรรมชาติและรักตนเองมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดความนิยมในการสร้างบ้านที่สามารถจะสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ได้อยู่ใกล้ชิดกับความร่มรื่น  เพราะฉะนั้นจึงได้การนวัตกรรมใหม่ๆเกี่ยวกับบ้านที่อิงธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสร้างพื้นที่สำหรับปลูกผัก รวมไปถึงการออกแบบสร้างบ้านให้เปิดโล่ง เพื่อที่จะสามารถรับแสงธรรมชาติและรับลมเย็นสบายได้มากยิ่งขึ้น

 

บ้านธรรมชาติ

 

4.วัสดุลดความร้อน ประหยัดพลังงาน

ในปี 2018 นี้ได้มีการออกแบบสร้างบ้านด้วยวัสดุที่ช่วยในการประหยัดพลังงานและลดความร้อนของบ้านมากยิ่งขึ้น เป็นตัวช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย และสร้างความเย็นสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น กระจกตัดแสง,อิฐมวลเบา Q-CON ที่สามารถช่วยในการป้องกันความร้อนเข้าบ้านได้มากถึง 97 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงฉนวนใยแก้วกันความร้อนและฝ้าเชิงชายระบายอากาศ เป็นต้น

 

5.บ้านปลอดภัย

บ้านที่ดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสะดวกสบายนั้นนอกจากจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือมีความปลอดภัยให้แก่เรา โดยในปี 2018 นี้ได้มีนวัตกรรมใหม่ๆในการสร้างบ้านที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น มีการเลือกสรรวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถที่จะออกแบบและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นสำหรับป้องกันการลื่น ,การใช้เซนเซอร์ป้องกันการล้ม รวมไปถึงการประยุกต์เทคโนโลยีภายในบ้านให้รองรับกับการทำงานทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น

 

6.บ้านสำหรับการลงทุน

เรียกได้ว่าในปี 2018 นี้แนวโน้มของการเจริญเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์ยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง บ้านเพื่อการลงทุนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยและพื้นที่สำหรับการลงทุน รวมไปถึงให้ความสำคัญสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเพิ่มเติมสำหรับแขกภายในพื้นที่บริเวณบ้านตนเอง 1-3 หลัง โดยได้ประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อทางเดิน การควบคุมแสงไฟฟ้าจากบ้านหลังเดิม พื้นที่บริการและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส  ห้องอาหาร ลานปาร์ตี้และการพูดคุยติดต่อกันได้ผ่านทางเทคโนโลยีระหว่างบ้านแต่ละหลัง อีกทั้งสามารถที่นำมาต่อยอดเป็นการแบ่งบ้านให้เช่า หรือขายได้ในราคาที่สูงมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอีกด้วย

 

เพราะการออกแบบและสร้างบ้านนั้นสามารถที่จะประยุกต์และพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานและความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องพลังงานภายในบ้าน ความปลอดภัย การประหยัดค่าใช้จ่าย การใกล้ชิดสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ พร้อมทั้งการลงทุน เพื่อที่จะสร้างคุณค่าและเป็นมากยิ่งขึ้นกว่าบ้าน เชื่อว่าในปี 2018 นี้เราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆเกี่ยวกับบ้าน ที่จะมาเป็นทางเลือกสำหรับผู้อยู่อาศัย อันจะสร้างความคุ้มค่าได้มากยิ่งขึ้นและต่อยอดได้อีกในอนาคตนั่นเอง และนี่ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ นวัตกรรมบ้านในปี 2018 ที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจออกแบบ สร้างบ้านและลงทุนเกี่ยวกับบ้านภายในปีนี้ รับรองเลยว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีและเสริมสร้างความสุข สะดวกสบายในบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องแน่นอน