ข้อเสียของการมีที่พักอยู่ใจกลางเมือง

ข้อเสียของการมีที่พักอยู่ใจกลางเมือง

ต้องบอกเลยว่า ปัจจุบันนี้เมืองไทยของเรานั้น มีการเจริญเติบโต และ ขยับขยายตัวเมืองออกไปอย่างกว้างขวางขึ้น จะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯในปัจจุบันนี้มีตุกระฟ้า เกิดขึ้นอย่างมากมาย ถึงแม้ว่าจะเติบโตอย่างสวยงามอย่างไรก็ตามก็มักจะมีปัญหา หรือ ข้อเสียเกิดขึ้นได้นั้นเองครับ ซึ่งถึงแม้ว่าเมืองจะเติบโตอย่างมากมาย มีตึกสวยงามผุดขึ้นใจกลางเมืองอย่างไรก็ตาม ก็จะมีข้อเสียของการมีที่พักอาศัยอยู่ใจใจกลางเมืองอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าการอยู่ในใจกลางเมืองนั้นจะมีชีวิตที่ดี สุขสบาย เพียบพร้อมไปทุกอย่าง มีหน้าที่การงานที่ดี การเดินทาง ไปไหนมาไหนสะดวก อาหารการกินเพียบพร้อม มีครอบครัวที่มีความสุข  อาศัยอยู่ในที่ ที่ครบวงจรไปทุกอย่าง ใช้ชีวิตที่มีความสุขในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเดินห้างสรรพสินค้า  เดินสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมหัศจรรย์หลากหลาย ไปทานอาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี อาหารดีๆๆ ไปดูหนังตามโรงภาพยนตร์ ถ้าเป็นวัยรุ่น ก็ไปตามสถานที่ ที่เป็นแหล่งรวมวัยรุ่น ซื้อสินค้า พบปะสังสรรค์เพื่อนๆ  ซึ่งต่างก็มีความสุขในแบบที่เป็นอีกด้วย

ซึ่งข้อเสียของการมีที่พักอยู่ในใจกลางเมือง ถือได้ว่าค่อนข้างที่จะมีปัญหาเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ กับการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทย หรือกับการเรียนในใจกลางเมืองที่มีการเติบตัวที่ค่อนข้างสูง โดยปัญหาหลักๆนั้นก็จะอยู่ที่ เวลา รถติดยิ่งวันที่ฝนตกนะสุขภาพจิตย่ำแย่มลภาวะทางอากาศสูงมาก ชีวิตเร่งรีบ ต้องซื้ออาหารกิน ไม่ก็ 7-11 มีวัตถุกันเสีย ผงชูรสเยอะ ไม่ดีต่อสุขภาพ และมีวัตถุนิยมมาก อยู่เมืองกรุงภาพลักษณ์ต้องดูดี เพราะคนมองแค่ภายนอกกันส่วนใหญ่ มีความสันโดษมากขึ้น ตัวใครตัวมัน เรื่องของคุณ ฉันไม่สน ต่างคนต่างอยู่ อันตรายจากคนนี่แหละ เพราะคนมันร้อยพ่อพันธุ์แม่จริงๆ และที่สำคัญเลย มีค่าครองชีพสูง เมืองกรุงเป็นสังคมที่น่าเบื่อมาก ธรรมชาติน้อย มีแต่ตึกๆ ไม่เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ โดยผู้ที่อยู่อาศัยในใจกลางเมืองนั้น ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่อยู่หอ คอนโด ห้องแคบๆไม่มีชีวิตชีวาพื้นที่ใช้สอยน้อย เลี้ยงสัตว์ก็ไม่ได้ แคบ ไม่มีเวลาดูแล

เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่าข้อเสียของการมีที่พักอยู่ใจกลางเมืองนั้น ค่อนข้างมีข้อเสียและมีปัญหากับการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทย เป็นอย่างมาก ถ้าหากใครที่สนใจอย่างจะเรียนภาษาอังกฤษแล้วล่ะก็ ก็คงจะหาที่เรียนกันยากและไม่มีเวลามี่จะเดินทางกันอย่างแน่นอนครับ แต่ถ้าเลือกที่จะมาเรียนภาษาอังกฤษกับเราแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่า ปัญหาที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นจะหมดไปอย่างแน่นอนครับ

บริการที่หมู่บ้านควรจะมีสำหรับผู้อยู่อาศัย

บริการที่หมู่บ้านควรจะมีสำหรับผู้อยู่อาศัย

บ้าน คือหนึ่งในเป้าหมายอนาคตของมนุษย์ทุกคนที่อยากจะมีที่อยู่อาศัยเป็นทรัพย์สินของตนเอง ภายในหมู่บ้านที่สงบสุขและเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย อีกทั้งในยุคนี้มีทางเลือกด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่น่าสนใจมากมายหลายแห่งรวมไปถึงช่องทางการติดต่อซื้อขายที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ผู้อยู่อาศัยมักจะนำมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาและคำนึงเป็นอันดับต้นๆของก็คือ บริการจากทางหมู่บ้าน ที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความน่าสนใจและโอกาสในการเลือกซื้อ แล้วบริการแบบไหนที่หมู่บ้านควรจะสำหรับผู้อยู่อาศัยบ้างนั้น เราไปดูกัน

โดยปกติแล้วหมู่บ้านทั่วไปจะมีบริการสาธารณะที่จะมีการจัดเก็บค่าส่วนกลางสำหรับการให้บริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งบริการที่ทุกหมู่บ้านควรจะมีเป็นพื้นฐานเลยก็คือ

  • ไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณส่วนกลาง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้อยู่อาศัย
  • พนักงานหมู่บ้าน เป็นพนักงานที่จะคอยสอดส่องดูแลสิ่งต่างๆพร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้อาศัย
  • บริการเก็บขยะ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับการจัดการปัญหาด้านการจัดเก็บขยะ ที่หมู่บ้านจะต้องคอยดูแลเรื่องนี้เพื่อความสะอาดและเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน
  • พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสังเกตตรวจตราบริเวณหมู่บ้าน รวมไปถึงรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย
  • พนักงานรักษาความสะอาด ถึงแม้ว่าแต่ละบ้านจะต้องจัดการเรื่องความสะอาดของบ้านตนเอง แต่ทางโครงการควรจะมีพนักงานรักษาความสะอาดและทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ

บริการที่หมู่บ้านควรจะมีสำหรับผู้อยู่อาศัย

สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทุกหมู่บ้านควรมีให้บริการ ซึ่งนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีการให้บริการอีกหลายอย่างที่เราควรนำไปพิจารณาและคำนึงในการเลือกซื้อบ้าน เพื่อการอยู่อาศัยภายในหมู่บ้านที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สวนหย่อม ที่ทุกหมู่บ้านควรมีพื้นที่พักผ่อน สำหรับการนั่งเล่น การวิ่งออกกำลังกาย ที่นอกเหนือจากการจัดสวนหย่อมไว้บริการคนในหมู่บ้านแล้ว ควรจะมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งคนสวน พนักงานทำความสะอาดและคอยดูแลแก้ไขบริเวณนั้นๆ หรือบริการอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันนี้สัญญาณอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกครัวเรือน หมู่บ้านควรมีทางเลือกสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไวไฟ เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและใช้งานได้อย่างสะดวกของคนในพื้นที่

นอกจากนี้ทุกหมู่บ้านควรจะมีบริการจัดสัมมนา ให้ความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคนในหมู่บ้านเพื่อที่ผู้อยู่อาศัยจะสามารถนำมาพัฒนาและเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังการพบปะพูดคุยผ่านทางตัวแทนของหมู่บ้านจะช่วยทำให้แต่ละบ้านรู้จัก และช่วยเหลือเกื้อกูล มีมิตรภาพดีๆที่จะช่วยให้ไร้ปัญหาภายในหมู่บ้านด้วย

การเข้าสังคมกับเพื่อนบ้าน

การเข้าสังคมกับเพื่อนบ้าน

เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญเลยทีเดียวสำหรับการมีปัญหากับเพื่อนบ้านในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะบ้านในละแวกเดียวกันและบ้านใกล้เรือนเคียงที่อยู่ติดกัน รวมไปถึงตามห้องชุดคอนโดมิเนียมและห้องเช่าต่างๆที่กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวของใครหลายคน ทั้งนี้เราก็สามารถที่จะกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านได้ง่ายๆ เพื่อที่จะทำให้การอยู่อาศัยเป็นไปอย่างราบรื่น มีความสุข ไร้ปัญหาต่างๆ เราไปรู้จักวิธีการเข้าสังคมกับเพื่อนบ้าน ที่คุณสามารถเริ่มต้นทำได้ไม่ยากกัน

  1. เคารพความเป็นส่วนตัว

สิ่งแรกที่เราจะต้องคำนึงอยู่เสมอเลยก็คือการเคารพความเป็นส่วนตัวของเพื่อนบ้าน ที่เราไม่ควรจะละลาบละล้วงในเรื่องส่วนตัว ความเป็นอยู่ของเขาอย่างเกินพอดีในบทสนทนา เพราะจะยิ่งทำให้เพื่อนบ้านเกิดความอึดอัดและรู้สึกเสียความเป็นส่วนตัว ควรจะเคารพสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละบ้าน จะช่วยทำให้เพื่อนบ้านเกิดความไว้วางใจและเชื่อถือตัวเรา พูดคุยกันได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น

  1. ยิ้มแย้มและมีสนทนาที่ดี

เริ่มต้นกระชับความสัมพันธ์ด้วยรอยยิ้มที่สดใส พร้อมทักทายด้วยเรื่องราวดีๆ การสวัสดี การสอบถามเรื่องราวต่างๆพอดี ไม่ควรพูดคุยถึงเรื่องเครียด การนินทาคนอื่นๆ เพราะถึงแม้บางครั้งการพูดถึงเรื่องคนอื่นจะทำให้คุณได้สังคมกลับมา แต่ก็สามารถย้อนกลับมามีปัญหาได้ภายหลัง ดังนั้นเราควรชวนเพื่อนบ้านคุยในเรื่องที่สร้างสรรค์ เป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพื่อเพิ่มความสนิทสนมให้กันมากยิ่งขึ้น

  1. ชวนทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์

เมื่อคุณและเพื่อนบ้านเริ่มสนิทสนมในระดับหนึ่งแล้ว ลองชวนเขาทำกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์บ้านใกล้เรือนเคียง อาจจะเป็นการตั้งโต๊ะดื่มน้ำชาในยามบ่าย การทำอาหารทานร่วมกันในมื้อเย็น หรือชักชวนจัดสวนในยามว่าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณและเพื่อนบ้านได้ศึกษานิสัยใจคอ ได้เห็นถึงความเป็นอยู่ของกันละกันและขยายความสัมพันธ์ไปยังบ้านอื่นๆจนเกิดเป็นสังคมเพื่อนบ้านที่เข้าใจกันเป็นอย่างดี

 

การเข้าสังคมกับเพื่อนบ้าน

 

  1. มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน

แสดงความมีน้ำใจ ช่วยเหลือและแบ่งปันในสิ่งที่เราพอทำได้ อาจจะเป็นแบ่งขนมหรืออาหารในมื้อเย็น การช่วยยกของเข้าบ้าน การเก็บผ้าให้เพื่อนบ้านในวันที่ฝนตกหนัก รวมไปถึงช่วยเหลือเมื่อยามมีปัญหาต่างๆในขอบเขตที่เราพอทำได้ เชื่อว่าคุณจะได้รับมิตรภาพดีๆจากเพื่อนบ้านกลับมาอย่างแน่นอน

การเข้าสังคมกับเพื่อนบ้านนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้การอยู่อาศัยของเราเป็นไปอย่างราบรื่น มีความสุขกับสังคมบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เกื้อหนุนและดูแลกันอย่างดี ก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่จะไม่มีปัญหาภายหลังอย่างแน่นอน

การเลือกทำเลที่ตั้งในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การเลือกทำเลที่ตั้งในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ในปัจจุบันนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นที่สนใจในการลงทุนของนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เลยทีเดียว เนื่องจากเต็มไปด้วยรูปการลงทุนที่หลากหลาย มีโอกาสเติบโตได้มาก สามารถที่จะสร้างกำไรและทำรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้าหากรู้จักบริหารและจัดการระบบการลงทุนให้ดี การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นมีหลายอย่างให้คุณได้เลือกตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบเสือนอนกินอย่างการปล่อยเช่ารายเดือน หรือการสร้างกำไรมหาศาลอย่างการปล่อยเช่ารายวัน การจับเสือมือเปล่าอย่างการเป็นนายหน้า รวมไปถึงการลงทุนกับกองทุน ลงทุนโดยการเป็นผู้ประกอบการ การรีโนเวทและนำไปขายและอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้น อย่างหนึ่งเลยก็คือเรื่องของทำเลที่ตั้ง

 

ทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งที่สำหรับในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก สำหรับทำเลที่ตั้งที่ไม่ว่าจะเป็นของคอนโดมิเนียม บ้าน ที่ดิน ทาวน์โฮมนั้นก็ต้องมีการเลือกอย่างละเอียด โดยมีปัจจัยในการเลือกต่อไปนี้

การเลือกทำเลที่ตั้งในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การคมนาคมสะดวก รถสาธารณะเข้าถึง

ควรเลือกทำเลที่ตั้งที่สามารถเดินทางได้สะดวก  รวดเร็ว  ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและค่าเดินทาง มีรถสาธารณะที่เข้าถึง เพื่อที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายและง่ายต่อการนำไปลงทุน ปล่อยเช่า ปล่อยซื้อในรูปแบบต่างๆ เห็นได้ชัดว่าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเส้นทางการคมนาคมที่เจริญ มักจะเป็นที่ต้องการของผู้คนอยู่เสมอ เช่น คอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า หรือโครงการบ้านที่สามารถสัญจรสะดวก นอกจากนี้ยังควรที่จะเลือกพื้นที่ที่รถสาธารณะเข้าถึง ทั้งรถเมล์ รถประจำทาง รถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถไฟฟ้านั่นเอง

 

ย่านศูนย์การค้า อยู่ใกล้แหล่งซื้อของ

เป็นสิ่งที่หลายคนทั้งผู้ซื้อ ผู้เช่า ผู้อยู่อาศัยต่างคาดหวังอย่างมากเลยทีเดียว ใครๆก็อยากที่จะเดินทางไปซื้อของใช้ รับประทานอาหาร หรือซื้อสิ่งต่างๆ ช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นคอนโดมิเนียม บ้าน ทาวน์โฮมต่างๆที่อยู่ใกล้แหล่งการค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ศูนย์รวมของกินหรือตลาดนัดจึงเป็นเป้าหมายที่หลายคนให้ความสนใจในการเลือกซื้อ เลือกเช่านั่นเอง

 

นอกจากนี้ยังมีทำเลที่ตั้งอีกมากมายที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและเลือกในการอยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน แหล่งทำงานของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล สถานศึกษาและสถานที่สำคัญ รวมไปถึงจะต้องศึกษาผังของพื้นที่ดินให้ดีในเรื่องของการจราจรติดขัด เมื่อฝนตกจะเกิดน้ำท่วมหรือไม่ รวมไปถึงทางด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ นอกจากการศึกษาทำเลที่ตั้งจะทำให้คุณสามารถกำหนดเป้าหมายและลงทุนได้อย่างดีแล้วยังทำให้เราสามารถวางแผนเกี่ยวกับการธุรกิจและประเมินคู่แข่งได้ดีอีกด้วย

ประหยัดพลังงานให้บ้านของคุณด้วยฉากกั้นแอร์

ฉากกั้นแอร์กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบบ้านยุคใหม่

เนื่องจากทุกวันนี้ราคาค่าก่อสร้างบ้านทั้งในส่วนของวัสดุ  และค่าแรง มันพุ่งทะยานจนคนซื้อบ้านไม่กล้าที่จะเอ่ยปากทำโน่นทำนี่เพิ่ม  เพราะกลัวว่างบประมาณจะบานปลาย  จนกู่ไม่กลับ  ฉะนั้นวิธีไหนที่จะทำให้ประหยัดงบประมาณมากที่สุด  วิธีนั้นจะถูกเลือกมาใช้งานก่อน  ฉากกั้นแอร์ หรือฉากกั้นห้อง ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการนี้  และเป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน

งานตกแต่งบ้าน รวมไปถึงการตกแต่งสำนักงาน  เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด  และที่สำคัญต้องเน้นให้เกิดความลงตัวที่สุดสำหรับการใช้งานของสมาชิกทุกคน  และฉากกั้นแอร์หรือฉากกั้นห้อง ถือว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในยุคประหยัดในตอนนี้  เนื่องจากมีราคาถูกกว่าการกั้นห้องแบบถาวรหลายเท่า  และยังไท้ต้องเพิ่มภาระในการแบกน้ำหนักให้กับตัวบ้านหรือตัวอาคาร  ที่สำคัญเราสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อเนกประสงค์  วันนี้อยากใช้งานพื้นที่ทั้งหมด  เราสามารถที่จะยุบฉากกั้นแอร์ ๆ และปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นกว้างได้โดยง่าย  เพื่อการใช้งานที่หลากหลายขึ้น

ในส่วนของการออกแบบบ้านและการตกแต่งบ้านเพื่อการประหยัดพลังงาน  เป็นเรื่องใหม่ที่ค่อนข้างใหญ่  และอยู่ในกระแสของโลกมานานกว่า 10 ปี   เนื่องจากวิกฤตของสภาพอากาศที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้  เป็นผลมาจากการใช้พลังงานแบบสิ้นเปลืองของมนุษย์ทั้งสิ้น    ซึ่งแนวคิดการประหยัดพลังงาน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักออกแบบและเจ้าของบ้านทุกคนให้ความสนใจ และถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบัน   เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมา  เราได้เรียนรู้ว่า  พลังงานบางอย่างที่เราสูญเสียหมดเปลืองไป  ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้  ด้วยการออกแบบทางสถาปัตยกรรม  และด้วยความช่วยเหลือของอุปกรณ์บางอย่าง  ซึ่งสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่ตอนนี้คือ ฉากกั้นแอร์หรือฉากกั้นห้องนั่นเอง

ฉากกั้นแอร์ 2 ฉากกั้นแอร์

ฉากกั้นห้องเป็นเครื่องมือในการแบ่งห้องที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

มันไม่เพียงแค่กั้นห้องให้เป็นสัดเป็นส่วน  ช่วยเพิ่มมิติใหม่  และเพิ่มฟังค์ชั่นการใช้งานให้แก่ห้อง  แต่มันยังให้ประโยชน์อย่างมากในการประหยัดพลังงานจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศ  ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้  หน้าที่ของฉากกั้นห้อง  จะกลายเป็นเรื่องราวของ ฉากกั้นแอร์  เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งฟังค์ชั่น  และจะถูกเชื่อมโยงไปถึงการประหยัดพลังงานในระยะยาวอีกด้วย

ฉากกั้นแอร์  เป็นการแบ่งอาณาเขตสำหรับพื้นที่ที่จะต้องการให้เครื่องปรับอากาศสร้าความเย็นให้เฉพาะพื้นที่บริเวณนั้น   เป็นการกำหนดให้มีปริมาณความเย็นที่พอดีกับการใช้งานเท่าที่จำเป็นจริงๆ  อย่างในสมัยก่อนห้องทำงานขนาดใหญ่แต่มีคนอยู่ภายในเพียงแค่คนเดียวเป็นเรื่องปกติ  แต่ทุกวันนี้  สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องของความล้าหลัง  และน่าอับอาย เพราะมันสร้างความเสียหายให้กับโลกแบบไม่รู้ตัว  ซึ่งในส่วนของผู้บริหารที่นั่งอยู่ในห้องนั้นเอง  ก็ยอมรับว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นจริงๆ ตามคำกล่าวหา  และเหตุผลเหล่านั้นจึงก่อเกิดเป็นแนวคิดของการติดตั้งฉากกั้นแอร์  เพื่อใช้มันสำหรับลดค่าใช้จ่ายของบริษัทในส่วนนี้

ในกรณีของห้องนอน  ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนสมัยนี้จะต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ภายในห้องนอน  การติดตั้งฉากกั้นแอร์  จะช่วยให้พื้นที่ในส่วนของบริเวณที่เราจะนอน  เป็นส่วนเดียวที่ได้รับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ  ส่วนพื้นที่ที่เหลือภายในห้อง  ซึ่งอาจเป็นส่วนของห้องแต่งตัว  ห้องน้ำ  ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความเย็นให้สิ้นเปลืองพลังงานไปแบบทิ้งขว้าง  ยิ่งข้าวของเยอะ  พื้นที่เยอะ  ก็ยิ่งมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าไฟ  และค่าบำรุงรักษาที่สูงตามไปด้วย  และแน่นอนว่าเราสามารถจัดการให้มันไม่เกิดขึ้นได้ด้วยฉากกั้นแอร์

ยิ่งห้องน้ำยิ่งแล้วใหญ่  ห้องนอนที่มีห้องน้ำอยู่ภายใน  นอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว  ยังส่งผลร้ายในเรื่องของการสิ้นเปลืองพลังงาน  ภายในห้องน้ำ จะเต็มไปด้วยความชื้นและทางระบายอากาศ ซึ่งถ้าเราไม่มีการปิดกั้นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ รับรองได้ว่าความเย็นที่เกิดขึ้นจะหายไปในส่วนนี้เยอะมาก   และเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างร้ายกาจที่สุดทีเดียว  แต่เมื่อเราติดตั้งฉากกั้นห้องเพื่อแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน  ความชื้นจากห้องน้ำก็จะมีอิทธิพลต่อสุขภาพของเราน้อยลง  อีกทั้งยังช่วยให้เราไม่ต้องสูญเสียพลังงานไปแบบทิ้งขวาง ประหยัดทั้งเงินค่าไฟ  และประหยัดค่าบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศอีกด้วย

ในส่วนของห้องอื่นๆภายในบ้าน  ที่มีการปรับใช้ฉากกั้นแอร์ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน  ห้องนั่งเล่น  ที่ใช้พื้นที่รวมกับห้องโถงกลางบ้าน  เพียงแค่เราติดตั้งฉากกั้นห้อง เราก็จะมีห้องนั่งเล่นที่สามารถนอนเกลือกกลิ้งได้อย่าเต็มที่ จะเปิดแอร์  ดูทีวี  ฟังเพลง  หรือนอนอ่านหนังสือ  ก็ไม่ต้องเกรงใจใคร  แถมไอเย็นของเครื่องปรับอากาศก็ไม่กระจัดกระจายไปไหน  ให้ความเย็นสบายสุดๆภายในพื้นที่ที่เรากำหนดเท่านั้น

ฉากกั้นห้อง 3

ฉากกั้นแอร์ให้ทั้งความสะดวกสบาย  ใช้งานง่าย  ปรับเปลี่ยนง่าย  ราคาถูก  ประหยัดพื้นที่

สามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด  ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง  ประหยัดพลังงาน  ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าไฟ  และประหยัดค่าบำรุงรักษาแอร์  นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าเครื่องปรับอากาศ  เพราะเราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่มาสร้างความเย็นให้ห้องน้ำกันอีกต่อไป  นี่จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเลือกใช้งานฉากกั้นแอร์เพื่อการประหยัดทุกกรณีที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านทั้งในวันนี้และในระยะยาว

การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า

การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า

ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่าวงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเติบโตและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อเก็งกำไร การลงทุนแบบนายหน้า หรือการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า และอื่นๆการลงทุนรูปแบบต่างๆอีกมากมาย และแน่นอนว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งรูปแบบก็คือการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า ที่สามารถตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในเมืองใหญ่ ที่เรียกว่าคอนโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่านั้นก็ต้องบอกเลยว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับชีวิต แต่เช่นเดียวกันการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นการที่จะเลือกซื้อคอนโด การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าจึงต้องมีการวางแผนและระบบการจัดการที่ดี ทั้งด้านการเงิน การโฆษณา การทำสัญญา และการเลือกซื้อคอนโดที่สามารถตอบโจทย์ผู้เช่าได้มากที่สุด

การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า

ทำเลที่ตั้งคืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่การลงทุนจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คุณจะต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายและทำเลที่ตั้งในการเลือกซื้อคอนโดครั้งนี้ว่าต้องการแบบใด เลือกคอนโดที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย สะดวกสบายและเป็นเส้นทางที่ผู้เช่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้า คอนโดที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยหรือแหล่งการศึกษา รวมไปถึงย่านการค้าที่สะดวกสบายด้านอาหารการกิน ห้างสรรพสินค้าและเดินทางสะดวก หรืออาจจะเป็นคอนโดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับคนที่ต้องการความสงบ หรือพื้นที่ส่วนตัว เช่นคอนโดมิเนียมริมชายหาด คอนโดมิเนียมที่อยู่ด้านภาคเหนือ เป็นต้น

 

นอกจากการเลือกทำเลที่ตั้งแล้ว คุณจะต้องศึกษาปัจจัยต่างๆของคอนโดมิเนียมที่จะลงทุนให้ดี พยายามหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลาง และภายในห้องคอนโดมิเนียม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งห้องที่คุณควรจะคัดสรรและวางแผนในการจัดการให้ดี เพื่อที่จะทำให้คอนโดที่คุณปล่อยเช่าเป็นที่น่าสนใจและตอบโจทย์ผู้เช่า อีกทั้งการใส่ใจปัจจัยต่างๆนี้ยังส่งผลในการเพิ่มอัตราค่าเช่าคอนโดได้อีกเดียว ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณแต่งคอนโดมิเนียมเพิ่มเติม ให้สวยและมีสไตล์เฉพาะแบบ อาจจะทำให้คุณเพิ่มราคาเช่าคอนโดจากรายเดือน 7,000 บาท เป็น 10,000 บาทก็ได้

 

และสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าก็คือการทำสัญญา ที่คุณควรจะศึกษาข้อกฎหมาย ข้อตกลง ที่จะทำให้คุณไม่เสียเปรียบและสะดวกกับลูกค้าที่สุด ควรที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายและดูองค์ประกอบหลายๆอย่างเพื่อที่จะทำให้การลงทุนของคุณได้ผลกำไรและสบายใจมากที่สุด

ต้นไม้กับการตกแต่งบ้าน

ต้นไม้กับการตกแต่งบ้าน

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการตกแต่งบ้านเลยทีเดียวสำหรับต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้เต็มไปด้วยความสวยงามที่ร่มรื่น เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เมื่อนำมาตกแต่งบ้านแล้วก็สร้างบรรยากาศที่สดใส เย็นสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย ในจุดหรือบริเวณที่เป็นมุมอับหรือปล่อยวาง ไร้ประโยชน์ต้นไม้ก็สามารถที่จะนำมาจัดตกแต่งได้อย่างดูดีมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความสวยงามของบ้านให้ดูสมดุล โดยที่ไม่ดูรกหรือมีเนื้อที่ที่ว่างเปล่าจนเกินไป ทั้งนี้การที่จะจัดตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ ก็ต้องมีการศึกษารายละเอียด ข้อมูลของต้นไม้แต่ละชนิด เพื่อที่จะทำให้เราเลือกให้เหมาะสมกับบ้าน ดูแลได้เป็นอย่างดีและเข้ากับสไตล์การตกแต่งอีกด้วย

 

การตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้นั้น ควรที่จะคำนึงถึงหลักการและความเหมาะสมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของต้นไม้ที่จะมีผลต่อการจัดวาง ขนาดของต้นไม้ ชนิดของต้นไม้ การเลือกต้นไม้ให้เข้ากับสไตล์ของบ้านที่เราตกแต่งหรือรูปแบบที่เราต้องการ รวมไปถึงการจัดวางที่จะช่วยให้ต้นไม้โดดเด่นและเสริมให้บ้านและห้องของคุณดูดีเป็นอย่างมาก ทั้งนี้การที่จะเลือกต้นไม้ให้เข้ากับบ้านนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของบ้าน ว่าจะเลือกต้นไม้แบบไหนในสไตล์ที่ตนเองชื่นชอบ ไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆที่แน่นอน หรือกฎระเบียบบังคับ เพียงแค่ยึดหลักพื้นฐานให้ต้นไม้มีรูปทรงสวยงาม และดูสวยสมดุลก็สามารถจัดตกแต่งได้ตามต้องการแล้ว

ต้นไม้กับการตกแต่งบ้าน

สำหรับการตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้นั้นก็สามารถที่จะทำได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งแบบที่นิยมอย่างมากก็คือ การนำต้นไม้ใช้กระถางหรือภาชนะต่างๆ ที่ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับสไตล์ของบ้าน เช่น ถ้าหากต้องการตกแต่งบ้านในสไตล์วินเทจ ย้อนยุค ก็อาจจะใช้กระถางต้นไม้แบบตะกร้าหวาย หรือแบบดินเผา หรือถ้าหากต้องการตกแต่งบ้านในสไตล์หรูหรา เน้นความสวยงามก็อาจจะเลือกใช้กระถางต้นไม้ที่มีลวดลายดูดีที่จะช่วยเสริมให้บ้านดูโดดเด่นและเข้ากันได้อย่างลงตัว เพียงแค่ต้องคำนึงถึงการเลือกองค์ประกอบในการจัดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสไตล์ของบ้านเท่านั้นเอง

 

ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่งบ้านนั้นแต่ละรูปแบบ แต่ละต้นจะมีขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกัน มีทั้งไม้ยืนต้น มีทั้งไม้เลื้อย ซึ่งเราควรที่จะเลือกฐานในการวางต้นไม้ที่แข็งแรงและสัมพันธ์กับการตกแต่ง นอกเหนือจากการตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ตามสไตล์ที่ต้องการแล้ว คุณก็จะต้องเตรียมตัวที่จะดูแลต้นไม้อย่างดี ทั้งการรดน้ำ การบำรุงรักษา เพื่อที่จะทำให้บ้านดูสวยงาม น่าอยู่และร่มรื่นมากที่สุด

ปัจจัยการเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย

factor to buy house

บ้าน เป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนส่วนใหญ่ที่ต่างใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตที่มั่นคง รากฐานในการดำรงชีพที่แข็งแรง เห็นได้จากในปัจจุบันนี้ที่มีผู้สนใจเลือกซื้อบ้านกันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีผู้ประกอบการ โครงการบ้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายเพื่อเป็นทางเลือกให้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การที่จะเลือกซื้อบ้านสักหลังหนึ่งนั้นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะคนทำงาน หรือผู้ที่มีรายได้น้อย ที่จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆเพื่อที่จะเลือกบ้านที่เหมาะสมกับฐานะทางการเงินและไม่หนักจนเกินไป  เราไปดูกันเถอะว่าปัจจัยการเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่คนสนใจเลือกซื้อบ้านและนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในการตัดสินใจที่ง่ายมากขึ้น

 

ราคาที่คุ้มค่า งบประมาณด้านการเงิน

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆของการเลือกซื้อบ้านของผู้ที่มีรายได้น้อยเลยทีเดียว สำหรับราคาและงบประมาณด้านการเงิน ที่คนส่วนใหญ่จะต้องคำนึงถึงราคาของบ้านที่ เหมาะสมกับรายได้ในแต่ละเดือน ราคาไม่สูงจนเกินไป รวมไปราคาของบ้านนั้นตรงตามคุณภาพและสมเหตุสมผลกับตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของที่ดิน ขนาดของบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง พื้นที่ส่วนกลาง สัดส่วนในการใช้บริการพื้นที่ส่วนกว้าง ความกว้างของถนนภายในโครงการ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่จะคุ้มค่ากับราคาของบ้าน และนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ถ้าหากบ้านมีราคาที่สูงแต่ปัจจัยอื่นๆไม่คุ้มค่าก็ถือว่าไม่น่าสนใจ แต่ถ้าหากบ้านราคาเหมาะสม และมีปัจจัยเสริมอื่นๆที่คุ้มค่ากับงบประมาณด้านการเงิน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

factor to buy house

ทำเลที่ตั้ง คือสิ่งสำคัญ

ทำเลที่ตั้ง คือสิ่งสำคัญที่ผู้มีรายได้น้อยควรนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากจะทำให้คุณสะดวกสบายในการเดินทางพร้อมทั้งตอบโจทย์ในด้านการใช้ชีวิตที่ต้องทำงานตลอดทุกวันได้เป็นอย่างดี ซึ่งควรเลือกทำเลที่ตั้งที่อยู่ในเขตเส้นตัวเมือง เส้นทางเดินรถโดยสารต่างๆ ที่เชื่อมโยงเข้าสู่ตัวเมือง อยู่ใกล้สถานที่สำคัญต่างๆทั้ง ที่ทำงาน โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด เพื่อที่จะสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย การเดินทางโดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้น้อยนั้นควรจะเลือกบ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมือง หรือใจกลางเมืองประมาณ 10 – 15 กิโลเมตร เนื่องจากบ้านในเขตตัวเมืองนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการเลือกทำเลใกล้เขตเส้นตัวเมือง ใกล้แหล่งชุมชนจะช่วยย่นระยะทางและประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่ไม่มีมลภาวะเป็นพิษ ไม่มีน้ำท่วม รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ไม่เน้นความหรูหราหรือเพียบพร้อม แต่เน้นถึงความปลอดภัย พร้อมทั้งความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยเป็นหลัก

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House

Loft house style

การตกแต่งบ้าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยเกือบทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนล้วนต้องการที่อยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยดีไซน์สวยงามในแบบฉบับของตนเอง การตกแต่งบ้านเป็นเสมือนงานศิลปะที่ได้ถูกสร้างสรรค์และถ่ายทอดมาจากความคิดเจ้าของบ้าน ในแบบที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อที่จะได้บ้านในรูปแบบที่ตนเองต้องการมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในสไตล์การตกแต่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากก็การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House ที่ให้กลิ่นอายและความรู้สึกที่ดิบ เถื่อน เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นความทันสมัย และให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง น่าอยู่

 

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House นั้นมีการพัฒนามาจากทางฝั่งยุโรปที่มีการนำศิลปะเข้ามาผสมผสาน เป็นการดัดแปลงมาบ้านที่ถูกสร้างจากโรงงานในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่มีการปล่อยว่างทิ้งร้างหลายแห่ง ที่นำมาตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทั้งการฉาบปูนแบบไม่ทาสี หรือการก่ออิฐเปลือย รวมไปถึงเพดานสูงแบบเป็นคาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกเรียกว่าสไตล์ Loft ที่ได้รับความนิยมและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันที่คนยุคใหม่หันมาตกแต่งบ้านในสไตล์นี้กันมากยิ่งขึ้น

Loft house style

สำหรับความโดดเด่นของการตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House อยู่ที่โครงสร้างของบ้านที่ให้ความรู้สึกอิสระ ปลอดโปร่ง เรียบง่าย โดยโครงสร้างภายในจะไม่เน้นการปกปิด แต่เน้นความดิบแทน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของท่อน้ำที่จะไม่มีการปิดบัง หรือสายไฟที่โยงไปตามฝาผนังหรือเพดานแบบที่ไม่ต้องเก็บ แต่ทั้งนี้ก็เน้นความเป็นระเบียบ ความปลอดภัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมลูกเล่นด้วยการใช้เครื่องประดับ สายไฟตกแต่ง ไฟคริสต์มาสมาเพิ่มเติมให้ดูเข้ากับบ้านมากยิ่งขึ้น

 

อีกหนึ่งสไตล์ที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของการตกแต่ง Loft House เลยก็คือผนังแบบเปลือย หรือปูนเปลือยที่ไม่เน้นการทาสี หรือลวดลายมากนัก ไม่ต้องเรียบเนียน ไม่ต้องขัดผิว แต่เน้นความดิบ และเรียบง่าย เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด หรืออาจจะใช้การนำอิฐมาก่อเรียงตัวกัน โดยที่ไม่ต้องฉาบปูน ก็ถือว่าดูเก๋ในสไตล์ลอฟท์ไปอีกแบบ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านในสไตล์ Loft House ยังเน้นความเย็นสบายที่ผสมผสานกับสไตล์มินิมอล โดยหลังคาจะเป็นแบบยกสูง เพื่อที่จะให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นมาวางให้เกะกะ เพื่อที่จะดึงความธรรมดาแต่มีสไตล์ออกมาให้มากที่สุด

 

และนี่ก็เป็นที่มา และเรื่องราวรวมไปถึงสไตล์การตกแต่งบ้านแบบ Loft House ที่เรียกได้ว่าไม่ยาก เรียบง่ายและโดดเด่น ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เรียนไอเอลที่ไหนดี? เทคนิคเตรียมตัวสอบ ielts

เรียนไอเอลที่ไหนดี? เป็นสิ่งที่ผู้ที่เข้าสอบ  ielts จะต้องเตรียมตัวเพื่อการทำข้อสอบ ielts ที่จะเป็นการใช้ทักษะความด้านภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านคือ การอ่าน ฟัง พูดและเขียน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถาบันการเรียนไอเอลที่จะช่วยติวเทคนิคต่างๆและข้อควรรู้ในการสอบ ielts ให้ผู้เข้าสอบมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์การเลือกสถาบันในการติว  ielts ดังต่อไปนี้

 

เรียนไอเอลที่ไหนดี?

สำหรับการติว ielts ควรเลือกสถาบันที่ความน่าเชื่อถือ คุณภาพและมาตรฐานด้านการศึกษา มีความพร้อมและชำนาญเฉพาะทางการสอบไอเอลโดยเฉพาะ ตั้งแต่เริ่มต้นสมัครสอบ การเตรียมเอกสาร การเตรียมตัวในด้านต่างๆ สามารถที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางได้เป็นอย่างดี มีผู้สอนที่เชี่ยวชาญและสามารถแนะนำเทคนิคการสอบทั้ง 4 ทักษะ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน เขียน ฟัง และพูดได้อย่างดีเพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ทั้งการสอบไอเอลและการเรียนการทำงานในชีวิตประจำวัน

 

เทคนิคการเรียนไอเอล

1.ทักษะด้านการฟัง (Listening)

สำหรับการเรียนไอเอล ด้านทักษะการฟังนั้นเราสามารถเริ่มด้วยการฝึกฝนการฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษต่างๆตั้งแต่ในโทรทัศน์,ในอินเทอร์เน็ตหรือในช่อง Youtube โดยให้เราพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับสำเนียงภาษา จับใจความที่สำคัญของการบทสนทนา เพื่อที่จะทำให้การสอบในวันจริงเราคุ้นเคยกับสามารถถอดเนื้อหาออกมาได้อย่างละเอียด

 

2.ทักษะด้านการอ่าน  (Reading)

สำหรับการเรียนไอเอล เพื่อสอบทักษะด้านการอ่านนั้น คุณสามารถที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยการอ่านบทความ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา เรื่องทั่วไป เป็นภาษาอังกฤษ จับใจความสำคัญและแปลเนื้อหาออกมาเป็นภาษาไทยการฝึกฝนด้วยการอ่านบ่อยๆนั้นจะทำให้เรารู้จักโครงสร้างประโยค คุ้นชิ้นกับภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

 

3.ทักษะด้านการเขียน (Writing)

โดยส่วนใหญ่แล้วทักษะด้านการเขียนนั้นจะเน้นไปทางบทความและการเขียนแนววิชาการ ซึ่งคุณไม่สามารถที่จะเตรียมตัวหรือรู้หัวข้อในการสอบ ดังนั้นการเรียนไอเอลด้านทักษะการเขียน จะต้องฝึกฝนการเขียนเรียงความหรือบทความต่างๆ เป็นประจำ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเรียนรู้โครงสร้างประโยค คำศัพท์ และการฝึกเขียนให้ได้ตั้งแต่ 150 คำ – 250 คำขึ้นไป

 

4.ทักษะด้านการพูด (Speaking)

การเรียนไอเอลด้านการพูดนั้น สามารถที่จะฝึกฝนด้วยการดูวิธีและสำเนียงการพูดจากวิดีโอภาษาอังกฤษต่างๆ พยายามจับใจความและแสดงสิ่งที่เราคิดออกมาให้กรรมการเข้าใจมากที่สุด ต้องศึกษาเรื่องคำศัพท์ โครงสร้างประโยค อย่างละเอียด การสอบไอเอลด้านการพูดนั้นไม่ใช่แค่เฉพาะสอบเรื่องความรู้ทั่วไป แต่เป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นถึงความสามารถด้านการพูดและการสื่อสารของเรานั่นเอง

 

และนี่ก็เป็นเทคนิคการเตรียมตัวสอบ ielts และการเรียนไอเอลที่จะช่วยทำให้ผู้เข้าสอบเข้าใจและเตรียมพร้อมได้ดียิ่งขึ้น