แนวโน้มการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย

ยังคงเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ที่เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาได้มีอัตราการเจริญเติบโตที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนและกองทุน รวมไปถึงเป็นผู้เป็นเจ้าของร่วมก็ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทยจะเป็นอย่างไรบ้างในปีนี้ เราไปดูศึกษารายละเอียดเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการลงทุนและตัดสินใจในอนาคตกันเถอะ

การเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย

แนวโน้มการเติมโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์

สำหรับในปี 2018 นี้ได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 6-8 เปอร์เซ็นต์ จากที่ปีที่แล้วเติบโตขึ้นเพียงแค่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลของการทิศทางตลาดที่ดีขึ้นนั้นมากจากในช่วงไตรมาศที่ 3-4 ของปี 2017 ที่ได้มีการปรับตัวได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ส่งผลดีในปี 2018 นี้

 สินเชื่อบ้านมีแนวโน้มเติบโต 3-4 %

สำหรับในปี 2018 นี้ แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อจะเติบโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ โดนคาดว่าปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านบาท โดยพิจารณามาจากปัจจัยของตลาดที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นเนื่องจากตลาดส่งออกดีขึ้น ความชัดเจนของด้านการลงทุนของภาครัฐ มีสภาพคล่องสูง อีกทั้งยังมีการปรับกฎเกณฑ์เพื่อที่จะรองรับลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้น้อยจาก ธอส.มากขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงพัฒนาระบบสินเชื่อผ่านออนไลน์ เป็นแนวโน้มที่สำหรับผู้ลงทุน ผู้อยู่อาศัยและตลาดอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์ร่วมทุนต่างประเทศ

ในปี 2018 นี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการพัฒนาการด้านการซื้อควบรวมกิจการและการลงทุนร่วมกับต่างประเทศต่อเนื่องจากปี 2017 และได้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น ในหนึ่งบริษัทสามารถที่จะร่วมนักลงทุนได้หลายกลุ่มและมีความหลากหลาย บริษัทขนาดเล็กและขนาดกาลจะสามารถจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น  ส่งผลทำให้เราเห็นบ้านราคาที่ถูกขึ้น และมีความหลากหลายผสมผสานหลายกอย่างเข้าด้วยกัน

บ้านจัดสรรรายเล็ก-กลาง สามารถขยายตัวได้มากขึ้น

ในปี 2018 นี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็กสามารถที่จะพัฒนาและสอดแทรกเข้าไปในตลอดได้มากขึ้น มีการแข่งขันสูงแต่ไม่รุนแรง สินค้ายอดนิยมอย่างมากที่จะมีโอกาสเติบโตสูงถึง 33 เปอร์เซ็นต์คือบ้านแฝด เนื่องจากบ้านแฝดสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาที่สูงที่สูงกว่ารายได้ของคน ทั้งนี้ก็ต้องค่อยๆพัฒนา ไม่ขยายงานจนเกินตัว เพราะถ้าหากรีบพัฒนาและเร่งรีบทำตามกันหมดอาจจะทำให้ตายยกกลุ่มได้ เพราะฉะนั้นบริษัททุกส่วนตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่ ก็ต้องวางแผนและดูแลสภาพคล่องให้ดี  ทั้งนี้ก็จะมีการลงทุนต่างประเทศเข้ามาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น จีน และมาเลเซีย

 

การเติบโตอสังหาริมทรัพย์ในไทย-2

 

จังหวัดปริมณฑลขายดีต่อเนื่อง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2018 ภาพรวมแถว 5 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานี,นนทบุรี,นครปฐม,สมุทรปราการและสมุทรสาคร จะมีการขายดีอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้อัตราการขายก็จะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป โดยจะมีการเปิดโครงการบ้านจัดสรรค่อนข้างมากและไปในแนวทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น สำหรับทำเลที่น่าสนใจในเขตจังหวัดปริมณฑล นั้นจะต้องอยู่บริเวณใกล้พื้นที่พาณิชยกรรมตามกำหนดผังเมือง,แนวเส้นทางรถไฟฟ้า,พื้นที่ที่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วน,ใกล้พื้นที่ตามแนวเส้นถนนวงแหวนกาญจนภิเษก นอกจากนี้ผังเมืองที่มีการพัฒนามากที่สุดจะเกิดเป็นพื้นที่ที่บ้านจัดสรรขยายตัวมากขึ้น รวมไปถึงคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยที่มีราคาน้อยกว่า 3 ล้านบาท ก็ยังน่าสนใจและเป็นที่ต้องการในบางทำเล

 

ห้องชุดมีราคาแพงขึ้น

ในปี 2018 นี้มีการกระจายตัวในส่วนของราคาห้องชุดและตลาดคอนโดมิเนียมที่พุ่งสูงมากขึ้น โดยมีที่ตั้งเป็นแรงผลักดัน เนื่องจากทำเลที่ตั้งตรงกลางในกรุงเทพมหานครมีอัตราค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอีกทั้งยังเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆ เพื่อที่จะได้คอนโนฯพื้นที่ห้องเดิม ทำเลเดิม แต่จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้น เช่น จากเดิมที่ห้องชุดขนาดเดียวกัน เคยมีราคาอยู่ที่ 5 ล้านบาท ก็จะต้องขายอยู่ที่ 6.5 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้น 52% และเพื่อที่จะต้องการให้มีราคา 5 ล้านเหมือนเดิมก็ต้องลดขนาดห้องชุดที่เคยได้ 35 ตารางเมตร ลงเหลือ 22 ตารางเมตร นั่นเอง  เรียกได้ว่าเป็นโอกาสและสัญญาณในการเติบโตที่ดีมากยิ่งขึ้นในอนาคต

 

นวัตกรรมทาวน์เฮาส์

ในปี 2018 นี้ธุรกิจทาวน์เฮาส์จะประสบความสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาที่ดินเริ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้คนหันมาสนใจทาวน์เฮาส์มากขึ้น โดยสิ่งที่คนส่วนใหญ่และมนุษย์เงินเดือนใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อนวัตกรรมทาวน์เฮาส์ก็คือ “ทำเลที่ตั้ง” ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับลูกค้า แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ เช่นเรื่องของถนนตัดผ่าน ติดบ่อขยะ เสาไฟฟ้าแรงสูง หรือมีวัดก็ต้องเน้นที่ทำเลก่อน ส่วนปัญหาสามารถหาแนวทางแก้ไขได้ ซึ่งมีข้อมูลพบว่า ทาวน์เฮ้าส์ที่มีทำเลในเมืองนั้นสามารถที่จะสู้ราคาที่ดินได้มากถึง ไร่ละ 16 ล้านบาท หรือ 4 หมื่นบาทต่อตารางวา การที่จะทำบ้านเดี่ยวนั้นก็จะมีราคาที่สูงเกินไป เพราะฉะนั้นนวัตกรรมทาวน์เฮ้าส์จึงสามารถที่จะตอบโจทย์ทุกอย่างได้ดี โดยเฉพาะการประหยัดต้นทุนได้ถึง 18% ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยตัวช่วยเสริมหลายอย่างที่นำทาวน์เฮ้าส์เทียบกับบ้านได้ไม่ว่าจะการพัฒนาความเป็นอยู่โดยรอบหมู่บ้าน ทางเลือกภายในบ้าน  ห้องทำงาน ห้องเก็บกระเป๋า ห้องครัว ห้องพระ เป็นต้น

อสังหาริมทรัพย์ไทย-2

 

และนี่ก็เป็นแนวโน้มของเติบโตตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ปี 2018 นี้เราจะได้เห็นนวัตกรรมทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นเลือกยอดฮิต ราคาห้องชุดที่มีราคาสูงขึ้นถึง 52% ,ตลาดของปริมณฑลและปัจจัยอื่นๆที่มีจะแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนถึง 6-8% นั่นเอง

Please follow and like us:

Enjoy this blog? Please spread the word :)