ปั่นจักรยานในฟิตเนสดียังไง

การปั่นจักรยานในฟิตเนสเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม

ปั่นจักรยาน

เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีความเข้าใจง่าย ใช้งานง่ายไม่มีความซับซ้อน และมีความปลอดภัยไม่ต้องไปเสี่ยงภัยอันตรายหรืออุบัติเหตุและสูดดมมลพิษบนท้องถนนเหมือนการปั่นจักรยานเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่มีความปลอดภัยสูงสามารถใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย เหมาะกับคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุที่ต้องการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุและอาการบาดเจ็บเนื่องจากการปั่นจักรยานในฟิตเนสนั้นมีความมั่นคงปลอดภัยและมีแรงกระแทกน้อย นอกเหนือจากนั้นยังเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะมากเกินและต้องการออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน เพราะถ้ามีน้ำหนักตัวเยอะมากแล้วไปวิ่งอาจส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อข้อเท้าและหัวเข่าได้  และเหมาะสมกับคนที่มีโรคประจำตัวต่างๆทั้งโรคหอบหืดโรคหัวใจ เพราะสามารถความคุมแรงต้าน ความช้าความเร็วได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายและสามารถติดตามการทำงานของร่างกายได้ด้วยจากระดับของชีพจรหรืออัตราการเต้นของหัวใจได้ที่ตัวของเครื่องปั่นจักรยาน และสุดท้ายคือเหมาะกับบุคคลทั่วๆไปที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันหรือลดความอ้วนและคนที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อน่อง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดหลักของร่างกายเมื่อมีการใช้งานและถูกพัฒนาให้แข็งแรงก็จะทำให้เรามีฐานของร่างกายที่แข็งแรงและยังสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันให้มีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยแต่ทั้งหมดนี้เราก็ควรปั่นจักรยานฟิตเนสอย่างถูกวิธีเพื่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

ปั่นจักยานฟิตเนสอย่างถูกวิธีเพื่อการเผาผลาญไขมัน

1.อันดับแรกเลยคือต้องเริ่มจากการปรับระดับความสูงต่ำของเบาะที่นั่งปั่นให้เหมาะสม ด้วยวิธีง่ายๆคือการยืนข้างเครื่องปั่นแล้วปรับให้ระดับของเบาะอยู่ในระดับเดียวกับเอวของเราเมื่อนั่งปั่นแล้วเหยียดเท้าไปไกลสุดเข่าควรจะอยู่ในท่าเกือบเหยียดตรง และปรับระยะห่างของเบาะกับhand ให้พอดีโดยเมื่อนั่งแล้วสามารถก้มลงไปจับhandได้โดบที่ท่อนแขนขนานกับพื้น หรือถ้าเป็นมือใหม่อาจไม่ต้องก้มเยอะขนานนั้นก็ได้แต่ให้ระยะของเบาะกับhandไม่ใกล้และไม่ไกลจนเกินไป

2.เริ่มวอร์มอัพหรืออบอุ่นร่างกายโดยการปั่นในระดับที่มีแรงต้านต่ำเป็นระยะเวลา 5 นาทีเป็นอย่างน้อย

3.หลังจากอบอุ่นร่างกายเรียบร้อยแล้วก็ค่อยๆเพิ่มแรงต้านในการปั่นไปจนถึงระดับที่เราสามารถปั่นไหว

4.สำหรับคนที่มีความแข็งแรงมากสามารถปั่นตามจังหวะเพลงที่เปิดในฟิตเนสก็ได้หรือจะเพิ่มความยากความเหนื่อยขึ้นไปอีกโดยการยืนปั่นระดับแรงต้านสูง หรือจะปั่นด้วยแรงต้านสูงช้าสลับเร็วเป็นช่วงๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันอย่างเต็มที่

5.ปั่นต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาทีไม่นับรวมเวลาอบอุ่นร่างกายก่อนเริ่มปั่นอย่างจริงจังด้วยแรงต้านสูง

6.ขั้นตอนสุดท้ายของการปั่นจักรยานฟิตเนสอย่างถูกวิธีเพื่อการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิสูงสุดและหลีกหลี่ยงอาการบาดเจ็บคือการค่อยลดระดับแรงต้านสูงกลับลงมาที่แรงต้านต่ำและหลังจากเล่นเสร็จแล้วให้เหยียดยืดกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อน่องเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ

Please follow and like us:

Enjoy this blog? Please spread the word :)